เมคอัพที่ใช้อยู่แทนกันได้

เมคอัพที่ใช้อยู่แทนกันได้ เพียงแค่ต่างชื่อ!

เคยไหมที่คุณกลับมาบ้านพร้อมถุงช็อปปิ้งใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเมคอัพหลากชนิด แต่พอพิจารณาดูปรากฏว่า คุณสมบัติของบางชิ้นคล้ายคลึงของที่มีอยู่แล้ว ความจริงก่อนช็อปของใหม่ ตัวเราควรทำความเข้าใจก่อนว่า เมคอัพแต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติ หรือสามารถทำอะไรได้บ้างแล้ว เมคอัพที่ใช้อยู่แทนกันได้ อย่างไร?

“คู่เหมือนต่างชื่อ” เมคอัพไม่ต่างจากแฟชั่น นอกจากเทรนด์สีสันและสไตล์แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์มาแรงที่สาว ๆ  “ควรมี” เช่น   บีบีครีม ลิปเอสเซ้นซ์ ซึ่งชื่อเรียกนั้นแตกต่าง ถ้าบนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณมีรองพื้นลิปบาล์มอยู่แล้ว สิ่ง “ควรมี” ก็ไม่จำเป็นเพราะการใช้งานเหมือนกัน ไม่ว่าชื่อจะเรียกว่าอย่างไร ถ้าคุณรู้ว่า เมคอัพที่ใช้อยู่แทนกันได้ ก็จะสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่า และประหยัดเงินกระเป๋าเราได้โขเลยหล่ะ

Bronzer VS Blush on

         ถ้าคุณอยากให้แก้มเปล่งปลั่งเหมือนผิวโดนแดด เลือกบรอนเซอร์ที่มีเฉดสีน้ำตาลอมแดง น้ำตาลอมชมพู ปัดแก้มและกรอบหน้าให้ผิวอบอุ่น แต่ไม่ควรปัดให้เข้ม เพราะจำทำให้สีผิวแดงปลั่งเหมือนเป็นไข้ ส่วนบรัชออนมีสีให้เลือกหลายเฉด นับตั้งแต่โทนชมพูอ่อนไปจนถึงเข้ม โทนส้มพืชไปถึงส้มสด และโทนน้ำตาล บรัชออนสามารถปัดแก้มให้สีระเรื่อเหมือนเลือดฝาด แต่ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าปัด บรอนเซอร์แล้ว บลัชออนก็ไม่จำเป็น

Foundation VS BB Cream

          รองพื้นสำหรับอำพรางผิวให้เรียบเนียนและดูเป็นธรรมชาติ จึงมีหลายเฉดเพื่อคุณจะได้เลือกใกล้เคียงกับสีผิวจริง ยิ่งกว่านั้นยังมีเนื้อที่เหมาะกับสภาพผิว เช่น ครีม ลิควิค และชนิดแท่ง หลังเกลี่ย    รองพื้นทั่วผิวหน้าคุณจะพบว่า สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ เหมือนผิวจริง ส่วนบีบีครีม มุ่งเน้นให้ผิวดูสว่าง การปกปิดไม่เท่ารองพื้น แต่เนื่องจากผิวที่สว่างขึ้น จึงทำให้ใบหน้าสดใสจนมองข้ามความบกพร่อง ที่สำคัญหลังทาบีบีครีม ควรปัดแป้งฝุ่นโปร่งแสงเพื่อผิวใสเป็นธรรมชาติ ถ้าคุณมีอย่างใดอย่างหนึ่งก็ถือว่าเพียงพอ

Concealer VS Spot Eraser

          คอนซีลเลอร์ ครีมเนื้อเนียนที่ใช้เกลี่ยเพื่ออำพรางรอยคล้ำ เช่น ใต้ตา หรือผิวบริเวณที่ไม่สม่ำเสมอ คอนซีลเลอร์อาจมีเฉดสีสว่างกว่าผิวเพื่อการปกปิดที่ดี บางคนใช้คอนซีลเลอร์เพื่อเกลี่ยผิวบางส่วนให้สีเสมอกัน จากนั้นปัดแป้งฝุ่นโดยไม่จำเป็นต้องทารองพื้นสำหรับ Spot Eraser มีลักษณะเป็นแท่ง ส่วนปลายเป็นพู่กันหรือปากกา ให้คุณสมบัติเหมือนคอนซีลเลอร์ แต่ปลายเรียวเล็กของแปรงทำให้แต้มจุดด่างดำ ไฝฝ้าได้ง่ายกว่า และมีเฉดสีอ่อนเพียงเฉดเดียว ขณะที่คอนซีลเลอร์อาจมีทั้งเฉดสีอ่อนและเข้ม ที่คุณสามารถผสมกันเพื่อให้เหมาะสำหรับอำพรางความบกพร่อง

Toner VS Lotion

          ถ้าคุณเห็นน้ำสีขาวขุ่นในขวดที่เขียนว่าโลชั่น แสดงว่านั่นคือใช้เช็ดผิวหลังล้างหน้าเหมือนโทนเนอร์ แต่มีความเข้มข้นกว่า เพราะหลังจากเช็ดผิว คุณจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นที่เคลือบอยู่บนผิว ขณะที่    โทนเนอร์คือ น้ำสีใส ให้ความชุ่มชื่น หลังเช็ดผิวจะรู้สึกสดชื่น ผิวแห้งสบาย อ่อนนุ่ม ทั้งสองสิ่งนี้มีคุณสมบัติเหมือนกัน

Cleanser VS Face Wash

          คลีนเซอร์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว เช่น Cleansing Oil, Cleansing Cream และ Cleansing Water มีหน้าที่เหมือนกันคือ เช็ดทำความสะอาดคราบเครื่องสำอาง  จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า ผิวก็สะอาดเกลี้ยงเกลาและคงความอ่อนนุ่ม ถ้าไม่แต่งหน้าควรทำความสะอาดผิวด้วย Face Wash หรือผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่เหลว โฟม เจล ซึ่งมีคุณสมบัติชะล้างคราบมัน ฝุ่นละออง แต่อาจทำให้ผิวแห้งตึง เพราะน้ำมันธรรมชาติที่เคลือบผิวจะถูกขจัดออกไปด้วย ถ้าคุณมีทั้งสองอย่าง อาจแยกใช้โดยเฟซวอซสำหรับล้างหน้าตอนเช้า และคลีนเซอร์เช็ดทำความสะอาดผิวในตอนเย็น

มาสคารามีให้เลือกหลายยี่ห้อก็จริง แต่สิ่งที่ควรเลือกคือ เป็นหัวแปรงที่ให้ความแตกต่างในการปัดขนตาให้ได้ลุคในแบบที่ต้องการ

  1. ขนตามีวอลลุ่ม เลือกแปรงที่มีลักษณะคล้ายเลข 8 เพื่อเหมาะกับการหมุนให้มาสคาราเคลือบขนตาได้ทุกเส้น
  2. ขนตาหนาเข้ม ขนแปรงต้องหนาทึบ เพื่อให้เนื้อมาสคาราเคลือบเส้นขนตาได้ตั้งแต่โคนจรดปลาย
  3. ขนตาธรรมชาติ ขนแปรงซี่ห่างพอดี ปลาเรียว เพื่อง่ายต่อการปัดบริเวณหัวตา
  4. ขนตาโค้งงอน เลือกแปรงทรงโค้งเพื่อซ้อนเส้นขนตาให้งอนขึ้นและดูเป็นธรรมชาติ
  5. ขนตาบางเบา แปรงทรงเรียวเล็ก ช่วยให้ปัดง่าย เนื้อมาสคาราไม่ติดแปรงมากเกินไป เหมาะสำหรับมือใหม่
  6. ขนตาเลือกได้ แปรงสองด้านที่ช่วยปัดขนตาให้หนา และอีกด้านช่วยแต่งขนตาให้เรียงเส้นสวย คุณเลือกได้ตามต้องการ

 

 

Pic : Freepik

Share this :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

18 − 4 =