สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า

สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า ” รู้ไว้! ก่อนที่เสื้อตัวเก่งจะพัง “

หลาย ๆ คนเวลาซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ หรือเสื้อตัวเก่าที่เรามีอยู่มักจะสังเกตเห็นป้ายเล็ก ๆ ที่อยู่ในใต้เสื้อผ้าของเรา – โดยบางคนนั้นอาจจะเห็นแล้วก็ไม่สนใจ ปล่อยผ่าน หรือบางคนเห็นแล้วแต่ไม่รู้ว่า เอ้ะ! สัญลักษณ์เหล่านี้คืออะไร???  ซึ่ง ” สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า ” จะบ่งบอกถึงวิธีการดูแลเสื้อผ้าแต่ละชุดนั้น จะมีข้อควรระวังอะไรบ้าง เนื่องจากแต่ละชุดนั้นทำด้วยวัสดุที่แตกต่าง การถักทอ หรือการตกแต่งชุด ที่ต่างกัน เพื่อเป็นคำแนะนำในการดูแลรักษาเสื้อผ้าว่า ควรซักแบบไหน น้ำร้อนแค่ไหน รีดแบบไหน อบได้ไหม หากเรารู้จะช่วยรักษาเสื้อผ้าตัวโปรด กระโปรงตัวรัก หรือแม้แต่ชุดคู่ใจจะไม่ทำให้เสียน้ำตา และกระเป่าตังเราแฟ่บ เพราะจากการดูแลผิดวิธีอีกต่อไป

โดย สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า ตามหลักสากลที่มักนิยมใช้กัน จะแบ่งออกเป็น 6 หมวดหลัก ๆ ได้แก่

1. หมวดการซัก

วิธีการซักผ้าโดยหลักจะมี 3 สัญลักษณ์ คือ สัญลักษณ์ที่แสดงว่าสามารถซักได้ทั้งแบบมือ และเครื่อง ,สัญลักษณ์ที่แสดงว่าซักได้แบบมือเท่านั้น และสัญลักษณ์ที่แสดงว่าห้ามซัก จะซักได้แบบวิธีการซักแห้งเท่านั้น

  • ผ้าที่ส่วนใหญ่มักจะต้องซักด้วยมือ ซึ่งจะมีเนื้อผ้าที่ละเอียดอ่อน เช่น ผ้าไหม ผ้าซาติน ผ้าซีฟอง เป็นต้น
  • ผ้าที่ห้ามซักด้วยเครื่อง หรือมือ จะซักได้ด้วยวิธีการซักแห้งเท่านั้น เช่น ผ้าขนสัตว์ ผ้าไหม (กรณีกังวลเรื่องสีย้อมผ้า) ผ้าหนัง กำมะหยี่ ชุดสูท เป็นต้น

สัญลักษณ์ที่มีจุดตรงกลาง หรือตัวเลข จะบอกถึงการใช้อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ในการซัก ของชุดนั้น ๆ ซึ่งสัญลักษณ์ชนิดนี้จะมี 6 ระดับด้วยกัน ซึ่งจะมีทั้งแบบที่แสดงด้วยจุด หรือตัวเลขอุณหภูมิ (ใช้หน่วยองศา)

  • 1 จุด หรือ 30 องศา ใช้อุณหภูมิน้ำในการซักได้ไม่เกิน 30 องศา
  • 2 จุด หรือ 40 องศา ใช้อุณหภูมิน้ำในการซักได้ไม่เกิน 40 องศา
  • 3 จุด หรือ 50 องศา ใช้อุณหภูมิน้ำในการซักได้ไม่เกิน 50 องศา
  • 4 จุด หรือ 60 องศา ใช้อุณหภูมิน้ำในการซักได้ไม่เกิน 60 องศา
  • 5 จุด หรือ 70 องศา ใช้อุณหภูมิน้ำในการซักได้ไม่เกิน 70 องศา
  • 6 จุด หรือ 95 องศา ใช้อุณหภูมิน้ำในการซักได้ไม่เกิน 95 องศา

โดยสัญลักษณ์ในการเลือกรอบซักนั้นจะมีทั้ง 3 แบบด้วยกัน คือ

  • กรณีไม่มีขีดใต้รูปถังซักผ้า จะเรียกว่า “รอบในการซักผ้าแบบ Regular”  จะเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับเสื้อผ้าที่ทำจาก ผ้าที่เนื้อหนาทนนาน เช่น เสื้อยืด เสื้อใส่เล่น เสื้อผ้าใส่เล่น ฯลฯ ซึ่งรอบในการซักผ้าแบบนี้มีการปั่นซักหนึ่งรอบ ล้างน้ําเปล่าสองรอบ และคุณสามารถเลือกล้างน้ําเปล่ารอบที่สามเพิ่มได้ด้วย และการปั่นหมาดรอบสุดท้ายจะเริ่มต้นด้วยการปนหมาดด้วยความเร็วปานกลาง และสุดท้ายจบด้วยความเร็วสูง
  • กรณีมีขีดใต้รูปถังซักผ้า 1 เส้น จะเรียกว่า “รอบในการซักผ้าแบบ Permanent Press” จะเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับซักผ้าที่รีดสำเร็จ และผ้าใยสังเคราะห์ ซึ่งรอบในการซักผ้าแบบนี้มีการปั่นซักหนึ่งรอบ ล้างน้ําเปล่าสองรอบ และคุณสามารถเลือกล้างน้ําเปล่ารอบที่สามเพิ่มได้ด้วย และการปั่นหมาดรอบสุดท้ายจะเริ่มต้นด้วยการปนหมาดด้วยความเร็วปานกลาง และสุดท้ายจบด้วยความเร็วสูง
  • กรณีมีขีดใต้รูปถังซักผ้า 2 เส้น จะเรียกว่า “รอบในการซักผ้าแบบ Delicate” หากเป็นสัญลักษณ์นี้โดยปกติมักจะพบกับผ้าที่เนื้อผ้าบอบบาง โดยรอบในการซักผ้าแบบนี้
    รอบในการซักผ้าแบบนี้มีการปั่นซักหนึ่งรอบ ล้างน้ําเปล่าสองรอบ หรือจะสามารถเลือกล้างน้ําเปล่ารอบที่สามเพิ่มได้ด้วย โดยรอบสุดท้ายยการปั่นหมาด และจะดูดความชื้นออกไปด้วยความเร็วต่ํา

2. หมวดการซักแห้ง

สำหรับเสื้อผ้าที่มีสัญลักษณ์ป้ายวงกลมระบุอยู่นั้น จะบอกว่าเสื้อผ้าชนิดนั้นต้องการการดูแลความใส่ใจอย่างดี ซึ่งหากเห็นสัญลักษณ์ดังกล่าวนั้นแล้วจะมีความหมายถึง “การซักแห้ง” ซึ่งในสัญลักษณ์นี้จะมีจุดสังเกตเพิ่มเติมเล็กน้อยเกี่ยวกับการใช้น้ำยาซักแห้ง

  • สัญลักษณ์วงกลม หมายถึง สามารถซักแห้งได้
  • สัญลักษณ์วงกลม และมีเครื่องหมายกากบาทขัดทับ หมายถึง ห้ามใช้วิธีการซักแห้ง
  • สัญลักษณ์วงกลม และมีตัวอักษร A ในวงกลม หมายถึง สามารถซักแห้งได้ และน้ำยาที่ใช้ในการซักแห้งสามารถใช้ได้ทุกชนิด
  • สัญลักษณ์วงกลม และมีตัวอักษร P ในวงกลม หมายถึง สามารถซักแห้งได้ และน้ำยาที่ใช้ในการซักแห้งสามารถใช้ได้ทุกชนิด ยกเว้น ไตรคลอโรเอทีลีน
  • สัญลักษณ์วงกลม และมีตัวอักษร F ในวงกลม หมายถึง สามารถซักแห้งได้ แต่ต้องใช้น้ำยาซักแห้งได้เฉพาะประเภท ไฮโดรคาร์บอน เท่านั้น

ซึ่งในการซักแห้งนั้นนอกจากข้อควรระวังในการเลือกใช้น้ำยาซักแห้ง ยังต้องคำนึงถึงวิธีการซักแห้งด้วย

  • วงกลม และมีขีดด้านบนขวา คือ ซักแห้งแบบไม่ใช้ไอน้ำ
  • วงกลม และมีขีดด้านบนซ้าย คือ ซักแห้งแบบลดความชื้น
  • วงกลม และมีขีดด้านล่างขวา คือ ซักแห้งแบบความร้อนต่ำ
  • วงกลม และมีขีดด้านล่างซ้าย คือ ซักแห้งแบบใช้โปรแกรมการซักแบบสั้น

3.หมวดสารฟอกขาว

สัญลักษณ์รูป ” สามเหลี่ยม ” จะเป็นการแสดงถึงข้อควรระวังในการใช้สารฟอกขาวกับเสื้อผ้า ซึ่งหลัก ๆ จะมีสัญลักษณ์ด้วยกัน 4 ประเภท คือ

 

  • รูปสามเหลี่ยม … สามารถใช้สารซักฟอกขาวได้ทุกชนิด
  • รูปสามเหลี่ยม และมีขัดกากบาททับ … ห้ามใช้สารซักฟอกขาว
  • รูปสามเหลี่ยม และมีตัวอักษร cl … สามารถใช้สารซักฟอกขาวประเภท คลอรีน บลีซ
  • รูปสามเหลี่ยม และมีขีด 2 ขึดในสามเหลี่ยม … ห้ามใช้สารซักฟอกขาวประเภท คลอรีน บลีซ

4. หมวดสัญลักษณ์อบแห้ง และปั่นแห้ง

ในส่วนของสัญลักษณ์ของหมวดอบแห้ง และปั่นแห้งจะมีสํญลักษณ์หลัก คือ กรอบสีเหลี่ยม และวงกลมในสี่เหลี่ยม ซึ่งหมวดนี้จะแบ่งหมวดย่อย ๆ 2 หมวดคือ อุณหภูมิ และรอบในการปั่น

  • สัญลักษณ์รูปวงกลมที่ระบายสี ในสีเหลี่ยม คือ สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเสื้อผ้าชุดนี้ ห้ามใช้ความร้อน
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม ในสีเหลี่ยม คือ ไม่จำกัดอุณหภูมิในการอบแห้งเสื้อผ้า (รวมถึงการปั่นผ้าด้วย)
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม พร้อมจุด 1 จุด ในสีเหลี่ยม คือ ใช้อุณหภูมิความร้อนต่ำ
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม พร้อมจุด 2 จุด ในสีเหลี่ยม คือ ใช้อุณหภูมิความร้อนกลาง
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม พร้อมจุด 3 จุด ในสีเหลี่ยม คือ ใช้อุณหภูมิความร้อนสูง

  • สัญลักษณ์รูปวงกลม ในสีเหลี่ยม คือ สามารถปั่นแห้งได้ปกติ (รวมถึงอุณหภูมิในการอบผ้า)
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม ในสีเหลี่ยม และมีขึดเส้นใต้ 1 เส้น คือ ใช้โหมดปั่นแห้งสำหรับผ้ารีดสำเร็จรูป
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม ในสีเหลี่ยม และมีขึดเส้นใต้ 2 เส้น คือ ใช้โหมดปั่นแห้งแบบถนอมเนื้อผ้า
  • สัญลักษณ์รูปวงกลม ในสีเหลี่ยม และมีกากบาทกาทับ คือ สัญลักษณ์ที่แสดงถึงคำเตือนว่า เสื้อผ้าชุดนี้ห้ามนำเข้าอบแห้ง และปั่นแห้ง

5.การตาก

การทำให้เสื้อผ้าแห้งก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการดูแลรักษาเสื้อผ้า ไม่ว่าผ้าจะซีด จะหด หรือจะย้วย ในการทำให้ผ้าแห้งนี้ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรละเลย โดยในการสังเกต สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า ในการทำผ้าให้แห้ง ด้วยวิธีการตาก จะเป็นรูปสัญลักษณ์ รูปสี่เหลี่ยม โดยจะมีสัญลักษณ์ ดังนี้

  • สัญลักษณ์รูปสีเหลี่ยม และครึ่งวงกลมด้านบน คือ สัญลักษณ์ข้อแนะนำในการตากผ้าด้วยวิธีการแขวน
  • สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยม และขีดเส้นแนวตั้ง 3 เส้น คือ สัญลักษณ์ข้อแนะนำ ไม่ควรบิดผ้าก่อนตาก ปล่อยน้ำหยดจนแห้ง
  • สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยม และขีดเส้นแนวนอน คือ คำแนะนำในการตากผ้าด้วยวางแนวราบ ซึ่งคำแนะนำนี้จะสำหรับผ้าที่ยืดหยุ่นสูง หากจากด้วยวิธีการแขวนจะทำให้ชุดตัวนั้นเสียทรงได้
  • สัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยม และขีดเฉียงมุมซ้ายบน คือ ให้ตากในที่ร่ม
  • สัญลักษณ์บิดผ้า และกากบาท คือ ห้ามบิดผ้า

6. การรีด

เสื้อผ้าแต่ละชุดนั้นจะทำด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าชุดที่เราซื้อมานั้นทำจากวัสดุตัวไหน ซึ่งถ้ารีดไม่ดีอาจไหม้ และตัวผ้าขึ้นเงาได้ ซึ่ง ป้่ายดูแลผ้า (Care Label) จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่บอกว่าคุณต้องรีดเสื้อผ้าอย่างไร โดยสัญลักษณ์การรีดผ้าจะเป็นรูป เตารีด และจะมีสัญลักษณ์แนะนำต่าง ๆ ดังนี้

  • รูปเตารีด คือ สามารถใช้อุณหภูมิใดก็ได้ในการรีดผ้า
  • รูปเตารีด และเครื่องหมายกากบาทเตารีด หมายถึง ห้ามรีดผ้า
  • รูปเตารีด และมีขีดล่าง พร้อมเครื่องหมายกากบาท คือ ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องเตารีดไอน้ำใช้ในการรีดผ้าชุดนั้น
  • เตารีด และมีจุด 3 จุด คือ ใช้อุณหภูมิสูงในการรีดผ้าได้ (อุณหภูมิความร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 200 C)
  • เตารีด และมีจุด 2 จุด คือ ใช้อุณหภูมิปานกลางในการรีดผ้าได้ (อุณหภูมิความร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 150 C)
  • เตารีด และมีจุด 1 จุด คือ ใช้อุณหภูมิต่ำในการรีดผ้าได้ (อุณหภูมิความร้อนจะอยู่ที่ประมาณ 100 C)

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ ถึงแม้จะเป็นป้ายเล็ก ๆ ที่อยู่บนเสื้อผ้าแต่รายละเอียดต่าง ๆ ที่เราควรรู้ และต้องระมัดระวังไม่เล็กไปกว่าเจ้าป้ายตัวเล็กเลย ดังนัั้นก่อนที่จะทำความสะอาดเสื้อผ้าสังเกตกันนิดก่อนที่เสื้อตัวเก่งของเราจะพังก่อนอันเวลาสมควรนะคะ

 

 

Share this :

5 thoughts on “สัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า ” รู้ไว้! ก่อนที่เสื้อตัวเก่งจะพัง “

  1. Pingback: Top 13 สัญลักษณ์ การ ดูแล รักษา เสื้อผ้า - Học Wiki

  2. Pingback: Top 11 สัญลักษณ์ ใน การ ดูแล เสื้อผ้า - Học Wiki

  3. Pingback: Top 10 เครื่องหมาย ห้าม อบ ผ้า ⋆ Thú Chơi

  4. Pingback: Top 13 สัญลักษณ์ ป้าย เสื้อ - Tài Chính Kinh Doanh

  5. Pingback: Top 14 เครื่องหมาย บน เสื้อผ้า - BMR

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

6 − 4 =